เตือนผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อโฆษณาเครื่องดื่มชาเขียวอ้างป้องกันโรค
ระวัง…บริโภคจำนวนมากจะได้รับกาเฟอีนและน้ำตาลสูง เป็นอันตรายต่อร่างกาย
อย. ห่วงใย เตือนผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อโฆษณาเครื่องดื่มชาเขียวที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงว่าสามารถยับยั้งและป้องกันโรค โดยเฉพาะ มะเร็ง โรคหัวใจ เพราะยังไม่มีหลักฐานทางวิชาการยืนยัน คุณสมบัติที่แท้จริงคือ ดื่มเพื่อดับกระหาย ให้ความสดชื่นเท่านั้น ย้ำ หากดื่มเป็น ประจำในปริมาณมากจะได้รับสารกาเฟอีนและ น้ำตาลสูง เป็นอันตรายต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน และเกิดโรคอ้วนในเด็กได้ ขณะนี้ อย. กำลังเร่งศึกษาข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับสารสำคัญในชาเขียว เพื่อพิจารณากำหนดให้ผู้ค้าแสดง สารสำคัญในชาเขียว หรือข้อความที่เหมาะสม เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภค
ศ.ดร.ภักดี โพธิศิริ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ปัจจุบันมีเครื่องดื่มชาเขียวหลากหลาย ยี่ห้อ จำหน่ายตามท้องตลาด ซึ่งแต่ละยี่ห้อมีกลยุทธ์ส่งเสริมการขายหลายรูปแบบ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะที่เห็นได้ชัดในขณะนี้ คือ การโฆษณาหรือกล่าวอ้างสรรพคุณว่า เครื่องดื่มชาเขียวมีสารโพลิฟีนอล (polyphenol) ที่เป็นแอนติออกซิแดนซ์ มี คุณสมบัติช่วยป้องกัน กำจัดอนุมูลอิสระ และโคเลสเตอรอล ป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตัน ความดันโลหิตสูง หากดื่มเป็นประจำทำให้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ สามารถป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน ลดน้ำหนัก หรือป้องกันฟันผุได้ จนผู้บริโภคหลงเชื่อโหมดื่ม ชาเขียวเป็นจำนวนมาก นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เกรงผู้บริโภคเข้าใจผิด จึงขอ ชี้แจงให้ทราบข้อเท็จจริงว่า สารโพลิฟีนอลจะมีผลดีต่อร่างกายดังที่กล่าวอ้างจะต้องมีการบริโภคมากกว่าที่บริโภคตามปกติหลายเท่า ที่สำคัญ การศึกษาประโยชน์ และการป้องกันหรือรักษาโรคในการบริโภค ชาเขียวเป็นการศึกษาเฉพาะในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง ซึ่งยังไม่เคยมีการศึกษาใน มนุษย์และปริมาณที่ใช้ในการทดลองก็เป็นปริมาณที่สูงมากกว่าที่คนทั่วไปบริโภคหลายเท่าตัวเช่นกัน ดังนั้น อาจสรุปได้ว่า ประโยชน์ จากการดื่มเครื่องดื่มชาเขียวคือ เพื่อดับกระหาย และให้ความสดชื่นเท่านั้น
เลขาธิการฯ กล่าวเตือนผู้บริโภคที่บริโภคเครื่องดื่มชาเขียว เพื่อมุ่งหวังประโยชน์ด้านสุขภาพว่า ขอให้ตระหนักถึงปริมาณ กาเฟอีนในเครื่องดื่มชาเขียวด้วย ถึงแม้จะเป็นกาเฟอีนที่ได้มาจากธรรมชาติ แต่หากได้รับปริมาณมากเกินในแต่ละวัน ก็อาจจะไม่เกิดผลดีต่อสุขภาพ เพราะกาเฟอีนมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของประสาท เพิ่มการเผาผลาญ เพิ่มการทำงานของหัวใจและไต โดยเฉพาะ เด็ก สตรีมีครรภ์ หรือผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มชาเขียว ทั้งนี้ เครื่องดื่มชาเขียวที่จำหน่ายขณะนี้มีปริมาณกาเฟอีน ประมาณ 14-15 มิลลิกรัมต่อ 100 มิลลิลิตร ดังนั้น หากดื่มเครื่องดื่มชาเขียว 1 ขวด ที่มีปริมาณ 500 มิลลิลิตร ก็จะได้รับกาเฟอีน70-75 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ค่อนข้างสูง อีกทั้ง เครื่องดื่มชาเขียวส่วนใหญ่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบเพื่อแต่งรส หากบริโภคจำนวนมาก ก็จะได้รับปริมาณน้ำตาลสูง มีผลทำให้เกิดโรคอ้วนได้โดยเฉพาะ ในเด็ก และมีผลข้างเคียงต่อร่างกายโดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรค เบาหวาน
เลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ขณะนี้ อย. กำลังประสานให้นักวิชาการด้านโภชนาการและผู้เกี่ยวข้องศึกษาและติดตามข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับสารสำคัญในชาเขียว รวมถึงผลกระทบในด้านความเสี่ยงต่อผู้บริโภค เพื่อพิจารณาในการกำหนดให้ระบุสารสำคัญ หรือข้อความที่เหมาะสมอันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคให้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม ขอให้ผู้ประกอบการผลิตคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค อย่าโฆษณาโอ้อวดเกินความจริง เพียงเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า หากตรวจพบมีการโฆษณาโอ้อวด อย. จะดำเนินการทาง กฎหมายกับผู้ฝ่าฝืนอย่างเข้มงวด และผู้บริโภคท่านใดพบเห็นการโฆษณาเครื่องดื่มชาเขียวที่เกินจริง โปรดแจ้งมายัง สายด่วน อย. 1556 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อ อย. ติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป
กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค 25 ตุลาคม 2548 ข่าวแจก 12 / ปีงบประมาณ 2549