หัวข้อแถลงข่าว เตือนภัยยาลูกกลอนสุดอันตราย! ผสมสเตียรอยด์ แอบอ้างเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP

ผู้แถลงข่าว นพ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

สถานที่แถลงข่าว ห้องเลขาธิการ

วันที่แถลงข่าว08/12/2549 หมวดยา

รายละเอียด
เตือนภัยยาลูกกลอนสุดอันตราย! ผสมสเตียรอยด์ แอบอ้างเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP

อย.เผย พบยาลูกกลอนอันตราย ตรา “นกขุนทอง” ลักลอบผสมยาจำพวกสเตียรอยด์ อีกทั้งแอบอ้างเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP และ แพร่ระบาดในหลายจังหวัด จนถึงฝั่งลาว นอกจากนี้ ยังพบยาลูกกลอนอีก 2 รายการที่ผสมสเตียรอยด์ คือ ยาสมุนไพรไทยแท้ และยาลูกกลอนไม่มีชื่อ โดยยาลูกกลอนดังกล่าวไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาเตือนผู้บริโภคให้ระวัง อย่าซื้อมาใช้ แม้ว่าดูเหมือนใช้แล้วอาการ ของโรคหายเร็วทันใจ แต่แท้ที่จริง อันตรายสุด ๆ เพราะจะทำให้กระเพาะทะลุ กระดูกผุ ติดเชื้อง่าย และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

พ.ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังของสำนัก งานสาธารณสุขจังหวัด และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) พบการจำหน่ายยาสมุนไพร และยาลูกกลอนผิดกฎหมาย แพร่ระบาดในหลายจังหวัด รวมทั้งแพร่ระบาดไปในประเทศลาว หลายรายหลงเชื่อเพราะรับ ประทานแล้วรู้สึกว่าดี หายจากอาการป่วย รู้สึกกระฉับกระเฉง แข็งแรงทำงานได้ แต่ในที่สุดเกิดพิษสะสมจนได้รับอันตราย ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล บางรายพบแพทย์ด้วย อาการป่วยรุนแรงจากพิษของสเตียรอยด์ เมื่อแพทย์ซักประวัติ จึงพบว่าเกิดจากรับประทานยาลูกกลอนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยานอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดยังพบชาวบ้านมีปริมาณน้ำตาลในเลือดสูง รวมทั้งความดันโลหิตสูง อยู่ในเกณฑ์อันตราย เมื่อซัก ประวัติ พบว่า มีการรับประทานยาลูกกลอนผิดกฎหมาย โดยถูกหลอกให้ซื้อ ยาลูกกลอนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา และมีการแอบอ้างว่าเป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ในหลายจังหวัดพบว่า ยาลูกกลอนผิด กฎหมายดังกล่าวมีการผสมยาในกลุ่มสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นยาควบคุมพิเศษ เพื่อหวังผลในการบรรเทาอาการเจ็บป่วยที่รวดเร็ว แต่ผลเสียหรืออันตรายที่ตามมาจาก การรับประทานยาลูกกลอนดังกล่าวมีมากมาย ได้แก่ อาการบวม(ตึง) ที่ไม่ใช่อ้วน กระดูกผุกร่อน เปราะง่าย จนอาจทำให้ทุพพลภาพ กระเพาะอาหารทะลุ ความดันโลหิตสูง ระดับน้ำตาล ในเลือดสูง ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ที่ผ่านมา อย. และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต่างๆได้มีการตรวจสอบยาลูกกลอนผิดกฎหมายอย่างสม่ำเสมอ โดยพบยา ลูกกลอนใช้ชื่อว่า ยาสมุนไพรไทย ตรานกขุนทอง” มีลักษณะเป็นยาเม็ดลูกกลอนสีแดงขนาดใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.3 เซนติเมตร บรรจุในขวดพลาสติกใสทรงกระบอก บรรจุกล่องมีรูปนกขุนทอง ระบุสรรพคุณ เป็น ยาถ่ายกษัย บำรุงธาตุ และบำรุง ร่างกาย แต่เอกสารกำกับที่อยู่ในกล่องอวดอ้างสรรพคุณมากมาย ตัวอย่างเช่น รักษาโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง รูมาตอยด์ กระเพาะอาหาร เรื้อรังลำไส้อักเสบ ภูมิแพ้ หอบหืด เหน็บชา โรคเท้าช้าง ตับบวม ตับอักเสบ วัณโรค โรคไต โรคคอพอก มะเร็งปาก มดลูก เป็นต้น จากการตรวจสอบพบว่าฉลากระบุผู้ผลิต และเลขทะเบียน ตำรับยาที่มิใช่ความจริง จึงจัดเป็นยาปลอม ส่วนผลการตรวจวิเคราะห์พบว่ามีการผสมตัวยาในกลุ่มสเตียรอยด์ คือ ยาเพรดนิโซโลน(Prednisolone) และเดกซาเมทาโซน (Dexmethasone)


ตัวอย่างยาลูกกลอนผสมสเตียรอยด์ ยี่ห้อ ยาสมุนไพรไทยแท้

นอกจากนี้ ยังได้ตรวจพบอีก 2 รายการที่มีการผสมยาในกลุ่มสเตียรอยด์ คื ยาสมุนไพรไทยแท้ ลักษณะเป็นยาลูกกลอนสีดำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 ซม.บรรจุอยู่ในซองพลาสติกใสไม่มีสี ชนิดปิดผนึกได้ ข้อความที่พิมพ์บนฉลากกระดาษสีฟ้า ดังนี้ “ยาสมุนไพรไทยแท้ รักษาโรคอัมพฤกษ์ ปวดร้อน ปวดเย็น ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ เสียเฟื่อง เสียฝ้าย ลมพิษ นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร ลดเบาหวาน รับประทานวันละ 2 ครั้งๆละ 1 เม็ด เช้า-เย็น หลังอาหาร ของแท้ต้องมีลายเซ็นพระอาจารย์ เด็กลดลงตามส่วน (หญิงมี ครรภ์ห้ามรับประทาน)” ด้านหลังฉลาก จะมีประทับตรายาง มีภาพพระพุทธรูปปางไสยาสน์ มีข้อความ “สมุนไพรไทยแท้ ระวังของ ปลอมและเลียนแบบ” ส่วนอีกรายการหนึ่ง คือ ยาลูกกลอนไม่มีชื่อ ลักษณะเป็นยาลูกกลอนสีน้ำตาลแดง ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 1.5 ซม. บรรจุอยู่ในซองพลาสติกใส ไม่มีสี ชนิดปิดผนึกได้ ซึ่งยาทั้ง 2 รายการไม่มี การระบุส่วนประกอบ ชื่อผู้ผลิต วันที่ผลิต วันหมดอายุ รุ่นที่ผลิต และเลขทะเบียนตำรับยา จากผลตรวจวิเคราะห์ยาทั้ง 2 รายการ พบตัวยาเพรดนิโซโลน (Prednisolone) และ เดกซาเมทาโซน (Dexmethasone)

เลขาธิการ ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ผู้บริโภคอย่าได้หลงเชื่อซื้อยาลูกกลอนผิดกฎหมาย โดยสังเกตได้จากการที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาอย่างถูกต้อง และโอ้อวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถรักษาได้สารพัดโรค เพราะนอกจากจะทำให้ผู้บริโภคเสียโอกาสในการรักษาแล้ว ยังอาจได้รับอันตรายถึงชีวิตได้ เนื่องจากยาในกลุ่มสเตียรอยด์ เป็นยาที่มีอันตรายมากหากใช้ ไม่ถูกต้องเหมาะสม และเป็นยาที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์-แผนปัจจุบัน ผู้ที่รับประทานยานี้เป็นประจำต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ ดังนั้น ก่อนใช้ยาทุกครั้งควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร และซื้อยาจากร้านที่ได้รับอนุญาตให้ขายยาเท่านั้นโดยเฉพาะจากร้านยาคุณภาพ ซึ่งขณะนี้หน่วยตรวจสอบเคลื่อนที่ของ อย. และหน่วยตรวจสอบเคลื่อนที่จำนวน 12 ศูนย์ ในส่วนภูมิภาค สามารถทดสอบเบื้องต้น เพื่อตรวจหาสเตียรอยด์ในยาลูกกลอนหรือยาสมุนไพรได้ อย่างไรก็ตาม หากผู้บริโภคพบเห็นมีการจำหน่ายยาที่ผิดกฎหมาย หลอกลวง หรือเป็นอันตรายต่อผู้ บริโภค สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน อย. 1556 หรือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง เพื่อความปลอดภัยของคนในครอบครัวและตัวผู้บริโภคเอง

$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$$

กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค
พฤศจิกายน 2549